image064.jpg

                                                        

 สืบเนื่องมาจาก การที่มีคนถามว่าผมว่าแต่งเพลงยังไง  …อืม..มันก็ไม่ตายตัวหรอกครับ เทคนิค น่ะ แล้วมันก็มักจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคนอีกด้วย  อย่างไรก็เถอะ ผมเคยพูดเรื่องแรงขับภายในของคนมาใน blog ล่างๆ ผมว่าผมจะลองขยายความดูนะ 

                             ภาพ และ คำพูด ในกรอบการ์ตูนที่เห็นอยู่ข้างบนนี้ คือแรงบันดาลใจให้ผมเขียนเพลง เศษซากความฝัน (ที่มา ของภาพ Berserk เล่ม 13 ..เล่มนี้ Explicit contain นะครับ ผู้ปกครองควรพิจารณา)   ซึ่งสิ่งที่อยากจะบอกจริงๆก็คือ แรงบันดาลใจน่ะเราสามารถที่จะพบได้ในทุกวันของชีวิต ไม่ว่าจะ ในหนังสือ ในภาพยนต์ หรือแม้กระทั่งบทสนทนา ลองพิจารณา ดูรอบตัวคุณดูสิครับ คุณจะรู้ว่าวันๆหนึ่งเราต้องพบกับอะไร ต่ออะไรไม่รู้ตั้งมากมายทีเดียว

           ที่นี้การรับรู้ของคุณเริ่มต้นขึ้นจากการที่คุณ มองเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส  และเมื่อการรับรู้ของคุณรวมเข้ากับ ประสบการณ์ แรงขับ หรือความเป็นตัวคุณ มันก็จะกลายเป็นการตีความหมาย (ในแบบของคุณ)    แล้วคุณอาจจะมองเห็นได้ว่า มันมีเรื่องเล่า(ในแบบของคุณ)   มันมีความหมายแฝง (ในแบบของคุณ)  อยู่ในแทบจะทุกอย่าง จงมองมัน และ พิจารณามันอย่างที่คุณสัมผัส มันได้  โดยไม่ต้องสนว่าคนอื่นจะให้ความเห็นต่อสิ่งนั้นว่าอย่างไร       

            อย่างกรณีรูปการ์ตูนข้างบน ผมอ่านแล้วมีความรู้สึกว่าตัวเอกต้องทรมาณใจแบบนี้ และผมรับรู้ได้แบบนี้ ผมจึงถ่ายทอดออกมาในแบบของผมเอง

แบบนี้

        

เศษซากความฝัน
เธอเคยรักใครซักคนหนึ่งจนหมดใจของเธอไหม รักเขาแทบจะขาดใจ เธอคงไม่อยากปล่อยมือเขาไป 
จะรู้สึกเหมือนฉันบ้างไหม ถ้าเธอต้องเสียคนรักไป 
ต้องถูกทำลายความฝันทุกอย่าง 
ต้องอยู่อย่างทรมาน    

* อยากจะฝันถึงวันเก่าๆ เมื่อเธอและฉันยังคงอยู่ตรงนี้ 
อยากจะคิดถึงวันที่แสนหวาน แต่เธอทำลายทุกอย่าง 
ทิ้งไว้เพียงเศษความฝัน    

รอยยิ้ม ที่เธอได้พรากไปจากฉัน 
ความฝัน สลายเป็นเพียงแค่เศษ 
เมื่อความฝันก้อเป็นแค่ฝันเรื่องเธอกับฉันเป็นเพียงนิยาย 
มันหมดความหมายเมื่อเธอจากไป 
อีกนานเท่าไร 
ต้องจมอยู่อย่างนี้    

(*)    

อยากจะนึกถึงวันที่เธอบอกว่ารักกัน 
ที่เธอบอกว่ารักฉัน 
ที่เธอบอกว่ารักกันแทบจะขาดใจ 
อยากจะลบภาพเธอให้จางหายไป 
ลบความทรมานจากใจ
กลบฝัง เศษซากความฝัน   

อยากจะหนีให้ไกลจากความจริง 
ว่าถูกเธอทิ้งให้จมกับฝัน
                 ลองดูสิครับ ไม่อยากเลยใช่ไหม ไม่ต้องสนใจเลยว่าคนอื่นคิดอย่างไร !!

***รู้ไว้ใช่ว่า  : สำหรับคนที่อ่าน Berserk นะ ผมคิดว่าเพลงนี้ เป็นความรู้สึก ของ กรีฟีส ก่อนจะสังเวยเพื่อนๆ น่ะครับ อืม Otaku Power!!!

 มาพิมพ์ไว้ในนี้เพราะขี้เกียจหากระดาษมาจด

   ————————————————————————–

 นานเท่าไรที่ฉัน  ……ต้องทนฝืน…………….   ในความรู้สึก

อีกเท่าไรที่ฉัน ยังต้องอดทน ทั้งไม่มีทาง

    เนิ่นนานมันยิ่งเจ็บช้ำ เนิ่นนานมันยิ่งตอกย้ำ ใจ

 เจ็บเท่าไรที่ ฉันยังคง ต้องจดจำในความรู้สึก

อีกเท่าไรที่ฉัน ยังต้องกัดฟัน แม้ใจจะขาด

          เนิ่นนานมันยิ่งบอบช้ำ เนิ่นนานเธอยังคอยซ้ำ รอยแผล รอยแผล

* เธอคงรู้สึกดี กับการทำเป็นเหมือนรักกันจริง บอกฉันให้ทิ้งทุกสิ่ง แล้วเธอก็จากไป

เธอทำเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้นทั้งนั้นระหว่างเรา รักมันเรื่องเก่า ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกันใช่ไหม เธอจะ ไป………..

—————————————————————————————————————

                เวลามานั่งเขียนเพลงที่อยู่ดีๆก็คิดเนื้อได้เป็นเพลงแบบนี้ทำให้นึกถึงเมื่อราว 5 ปี ก่อนที่เขียนเพลงซ้ำซ้อน ซึ่งก็เขียนรวดเดียวออกมาเลยเหมือนกัน จำได้ว่าตอนเขียนนั้นนั่งเรียน รด.ปี3 อยู่ที่ศูนย์ฝึกรักษาดินแดน อารมณ์ว่าเขียนในสมุด รด เลย จำได้ยิ่งกว่านั้นอีกว่าเรียนเรื่องวัตถุระเบิดอยู่ (ยังสะดุ้งตอนที่เขาจุดดินปืนเลย เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาฮัมเพลงที่กำลังเขียนนี่แหละ)  เพลงข้างบนนี้กับ ซ้ำซ้อน เป็นเพลงที่เขียนออกมาลอยๆเลยไม่มีเครื่องดนตรีช่วย คือได้ ทำนองและเนื้อเสร็จ สำเร็จรูปนั่นแหละ แล้วค่อยเอาไปโยนให้เพื่อนๆในวง arrange กันทีหลัง ส่วนใหญ่เพลงที่ผมเเต่งแบบนี้มักจะไม่มีท่อนที่ครบถ้วน คือแบบว่า verse bridge hook แล้วก็แค่นั้นเลย (แบบเพลงข้างต้นที่ *แทนhook) แต่ซ้ำซ้อนนี่มันแบบเสร็จเลย พอเลย พอจบ ชม. รด ก็แจ้นกลับมาที่หอเพื่อน(โดยฮัมเพลงมาตลอดทางกันลืม) เพื่อมาลงคอร์ตกับกีตาร์ และแล้วเพื่อน(ซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตคนหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ …ผมป่าวเกย์นะ)ของผมก็ช่วยแก้เนื้อให้ 1 คำ (ซึ่งจำไม่ได้ว่าคำไหน แต่เราซึ้งใจนะ) และเพลงนี้ก็ออกมาใช้ชื่อว่า ซ้ำซ้อน 

รู้ไว้ใช่ว่า:

1. สำหรับซ้ำซ้อนนั้น ถือว่าเป็นเพลงที่มีเรื่องแปลกๆตามบอร์ดต่างๆมากมาย เช่นมีคนบอกว่าเป็นคนแต่ง มีคนบอกว่าเดิมชื่อเพลงรักซ้ำซ้อน แต่เขาเป็นคนบอกให้เปลี่ยน มีคนบอกว่าคนแต่งมาจากจังหวัดเชียงใหม่  และมีคนบอกว่าผมโขมยเพลงเขามา…ก็นะผมก็ไม่มีหลักฐานหรอกมีแต่ใบลิขสิทธิ์เมื่อ 5 ปีก่อนเท่านั้นเอง….ซึ่งจะว่ากันแล้วทรัพย์สินทางปัญญาน่ะ ถึงขโมยไปจริงก็คืนไปไม่ได้หรอก เพราะถ้าจำไปได้แล้วจะคืนไงอะ จะมีก็แต่เพียงกรรมสิทธิ์ที่ไม่เคลื่อนย้ายตามคนขโมยไปด้วย   อันนี้คนที่เรียน นิติ คงget เลยทีเดียว  ก็ว่ากันไป ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อนะ

อย่างไรก็ตาม ผมสนุกกับข่าวลือพวกนี้พอสมควรนะ มันทำให้เรารู้สึกว่ามีคนสนใจงานเราด้วยแฮะ (ยังไงมันก็เป็นการสนใจในแง่หนึ่งนี่นา) …..

2. ซ้ำซ้อน สามารถเขียนเป็นตัวลาตินได้ว่า Sum_Sorn อ่านออกเสียงแบบตะวันตกได้ว่าสำส่อน 

อนึ่ง ผมเรียกซ้ำซ้อนว่าเพลงตลาดตามที่ hamburger เล่มหนึ่งเรียกไว้ ในกรณีที่คนอ่านไม่ชอบยอมรับว่าตนเองฟังเพลงตลาดนะ (ผมไม่ได้เป็นคนว่านะ ตอนแต่งผมไม่ค่อยได้คิดอะว่าแนวไหน)

                                                                  ซ้ำซ้อน

หัวใจ มันยังเจ็บ เมื่อรักจาก(หลายเวปชอบเขียนว่าจาง)กลับกลายเป็นอื่นไป

ฉันเอง เพิ่งจะมารู้ตัว เมื่อใจมันหายชาจากแผลที่เธอได้ให้มา

* และมันจะยิ่งทรมานมากขึ้นทุกที ทุกที

เมื่อเธอคนนี้ไม่ใช่คนดีของฉันอีกต่อไป

** ใจ..หัวใจเจ็บช้ำ เมื่อรักมันซ้ำมันซ้อนกับใครคนใหม่ของเธอ

ใจเจ้าเคยบ้างมั้ย จะหยุดไม่ไปรักใครอื่นใด

ยาก(หลายเวปชอบเขียนว่าอยาก)นักใช่ไหม ให้รักฉันเพียงคนเดียว (หมดทั้งใจ)

ยากเย็น เข็ญใจนักหรือ ถ้าจะให้รักฉันเพียงคนเดียว

ไม่ต้องไปเหลียวมองใครๆ ฉันเองให้รักไปหมดทั้งใจ

ถ้าเธอคิดอยากจะไป ก็ทิ้งฉันไว้ ทิ้งใจของฉันให้

(ซ้ำ * , **)

จะทำได้ไหม ได้โปรด แต่ก็พอจะรู้ว่าเธอคงทำไม่ไหว

เธอคงทำไม่ไหว (เธอคงทำไม่ไหว2ทีพอหลายเวปชอบเขียน3ที)

(ซ้ำ * , ** , **)

ทำไมหลายคนไม่รู้ว่าเพลงนี้เป็นของ cocktail นะ……ห่ะๆๆๆ

ว๋อม  : Chocolateship Biskit says:
พี่ โอม เวลาพี่โอม เศร้า เคยฟังเพลง เดิมซ้ำๆ ปะ
Right!(ผมเอง) says:
บ้างนะ

Right! (ผมเอง)says:
แต่พี่ไม่อินกะเพลงร้องอะ

ว๋อม  : Chocolateship Biskit says:
อืม  พี่อินกะ ดนตรี หย๋อ
Right! (ผมเอง)says:
จิงๆแล้วเวลาเศร้าอยากอยู่เงียบๆอะ
ว๋อม  : Chocolateship Biskit says:
ยิ่งฟังเพลงเศ้ราก้อยิ่งเศร้า
Right!(ผมเอง) says:
ป่าว
Right!(ผมเอง) says:
มันหนวกหู

ว๋อม  : Chocolateship Biskit says:
เง้อ

จาก msn

คำคมจากชื่อ msn ในlist ประจำเดือน

ได้แก่เพื่อนของเราชื่อเชอรี่   เจ๋งมากครับ

ผู้ดีใช้คำไพร่ ส่วนไพร่ใช้คำผู้ดี เช่นนายถามคนรับใช้ว่า”มึงเอาข้าวปลาให้แมวแดกแล้วหรือยัง” คนรับใช้ตอบว่า “ให้ทานแล้วเจ้าค่ะ” <สาบานได้ว่านี่เธอใช้เป็นชื่อ>   

Hero’s song

June 30, 2007

                                                            dsc_0412.jpg

เหลียวมองผู้คนมากมาย ต่างคนต่างคว้าความฝัน

บางคนต่างล้ม บางคนต่างท้อแท้ ก็แล้วแต่

ฉันก็เป็นคนหนึ่งคนที่มีความฝันไม่ต่างกัน บางครั้งฉันก็เหนื่อยล้า

มีเพียงศรัทธาที่ยังทำให้ตัวฉันลุกขึ้นยืน

*เพราะฉันเกิดมาเพื่อให้โลกรู้ ว่าฉันน่ะอยู่ตรงนี้ มันคงต้องมีสักทางจะไปให้ไกลให้สูง

เพราะชีวิตเกิดมาถ้าได้แค่นี้ มันคงไม่มีความหมาย มันคงต้องไปให้สูงเกินใครจะคว้า

เหลียวมองผู้คนมากมายต่างคนต่างมีเท่าๆกัน เขามีสองมือเอาไว้เพื่อไขว่คว้า

มีสองขาเอาไว้ใช้เดินไปข้างหน้า

เหลียวมองตัวเองอีกที ก็มีไม่ต่างกับใครเขา มันต่างกันที่หัวใจ วัดกันที่หัวใจ

*/ เกิดมาแค่หนึ่งชีวิต มีเพียงแค่หนึ่งชีวิต เกิดมาเพื่อมีชีวิต  solo **

hero

June 30, 2007

                                                                        hero

ผมเชื่อว่าการกระทำใดๆก็ตามของคนเรา มักจะมาจากแรงผลักดันภายในเสมอ

      ผมเองก็เหมือนกัน (เพราะเป็นทฤษฎีที่คิดเอง เลยยกเว้นตัวเองไม่ได้) ไม่ว่าจะเป็นความฝัน ความต้องการ

ที่มีอยู่ พอมองดูดีๆ แล้วก็พบว่ามันเป้นส่วนหนึ่งของความกระหายเนื่องจากความที่วัยเด็ก ไม่รู้สึกว่าได้รับสิ่งเหล่านั้นเพียงพอ

          ผม อยากเป็น hero ครับ อยากจะเป็นผู้ชายที่ดูเป็นที่พึ่งได้ เก่งทุกเรื่อง มีความรักที่มั่นคง อดทน ถ่อมตัว อะไรอย่างนั้น นอกจาก

นั้นแล้ว hero น่ะใครๆก็รัก ใครๆก็ต้องการ ซึ่งในที่สุดแล้วความพยายามของผมในการที่จะเป็นให้ได้ตามสิ่งที่ฝัน สรุปแล้วผมก็เป็นได้แค่

คนที่บ้าอวดตัว บ้าพลัง และเรียกร้องความสนใจ ที่ทำทุกอย่างเพียงเพื่อที่จะต้องการให้คนยอมรับถึงตัวตนของผมเท่านั้นเอง ดึงนั้นแล้ว

จึงพบว่ามันยากมากเลย ที่เราจะป็นคนที่ทุ่มเทเพื่ออะไรสักอย่างโดยไม่หวังอะไรตอบแทนทั้งสิ้น ดังนั้นก็ขอสดุดีคนเหล่านั้นไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะ

love is all you need.

June 30, 2007

ในโลกที่ดูเหมือนจะแคบลงทุกวัน ใจคนยังแคบอีก เราจะยังมีอะไรเหลืออยู่เพื่อยึดเหนี่ยวอีกล่ะ นอกจากความรัก

          รักคืออะไร ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลานานแล้วที่เราพยายามจะนิยามมันออกมา  เราควรจะกำหนดความรักเป็นสากลรึเปล่านะ สิ่งที่ควรจะเรียกว่าความรักจะได้แบ่งแยก แยกแยะได้ง่ายๆ เพียงพอที่จะพูดได้ว่า “นี่ไงเธอรักฉัน” นี่ไง เธอไม่ได้รักฉัน”

หรือ ความรักของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ไม่อย่างงั้นมันไม่เป็นการง่ายเกินไปหรอกหรือที่จะบอกเอาเองว่าเรารักใคร หรือไม่รักใคร บางทีคนๆนึงอาจจะไม่เคยมีความรู้สึกอะไรเลยก็ได้ต่อที่เขาคบอยู่ แต่เขากลับพูดไปว่า รักของเราเป็นแบบนี้แหละ ได้แค่นี้….จริงๆ

ผมคิดว่ารักอย่างน้อยที่สุดวางอยู่บนรากฐานของความมั่นคง ความเสียสละ  ความเข้าใจ และการยอมรับ แล้วคุณละคิดว่าอย่างไร เราลองมาวางกรอบเกณฑ์คำนิยามของความรักด้วยกันดีไหมครับ?

งามเอ๋ย งามใดไม่เหมือนที่เคยเจอ ไม่รู้ว่าเธอมาจากแห่งไหน
ความรักเจ้าเอย จงเฉลยเผยความใน จะรักเธอด้วยใจผูกพัน

งามเอ๋ยงามใด งามไฉนจะเทียบเคียง สนับเสียงสำเนียงซึ้งใจ
ความรักเจ้าเอย จงเฉลยเผยความใน จะรักเธอด้วยใจแน่นอน

*โฉมงาม ทรามวัย เธอช่างงามเฉิดฉายดังดารา สวยเกินกว่าใครจะเจอ
**นางฟ้า องค์ใดแปลงกายลงมา จากฟ้า ดินแดน แห่งใดไม่รู้ อย่างน้อยเธอทำให้ฉันเข้าใจว่ารักคืออะไร ทำให้ฉันได้พบทำให้ฉันได้เข้าใจในรัก

งามเอ๋ยงามใด หากว่าใครได้พบ เธอเปรียบเหมือนละเมอดั่งฝันไป
เฝ้าหวังด้วยใจ เพียงมีเธอไว้ชิดใกล้ จะรักเธอด้วยใจมั่นคง
*/** 
เหมือนทุกสิ่ง งดงามเกินความจริงที่เคยเจอ  ฉันเฝ้ามองเหม่อ ดั่งเธอมาจากฟ้า และเธองามดั่งเทพธิดาในฝัน
*/ ฉันเฝ้ามองเธอ ด้วยใจมั่นและหมายปองดวงใจ ด้วยใจรัก นางฟ้า

/**/**

Cocktail Complete

June 19, 2007

005.jpg

เดินทางกันมาไกลเท่าไรแล้วกว่าจะมาถึงนี่?

cocktail 2545

cocktail inside 2546

cocktail 36,000 miles away from here 2548

cocktail complete  ไตรมาส ที่ 3 ปี พ.ศ. 2550

                                                                                      จะว่าไป กำลังจะครบห้าปีนับแต่วันที่คิดจะทำเพลงกันแล้วนะ

95069288_4372dc0af4_o.jpg

 เห็ดนางฟ้า

หัวเรื่องของ post นี้ คือประโยคหนึ่งจากเพลงใหม่

ใช้เวลาอัดร้องเพลงไปทั้งหมด 2 ชม ก็เสร็จ

เราทุกคนในห้องอัดเรียกเพลง เพลงนี้ว่า นางฟ้า โดยที่ไม่เคย

คิดจะตั้งใจตั้งชื่อเพลงนี้เป็นจริงเป็นจังสักที <จนอัดเสร็จแล้วนะโว้ย>

cocktail 3rd

June 18, 2007

ใช้เวลาไปมากแล้ว สำหรับงานเพลงชุดที่ 3  หลังจากประสบวิบากกรรมในห้องอัด ทำให้เพลงหายไป 3 เพลง

การไล่กวดงานของเรากลับมาเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ในเวลาแบบนี้ 

คิดว่าอีกราว 2 อาทิตย์ อัลบั้มใหม่ก็จะพร้อมเข้าโรงงานแล้ว    เหนื่อย………………