ทำออกมาแบบเดียว 100 ตัว ครับ  ราคา 220 บาททุก Size ครับ (ไปต่อราคากันที่งานนะครับ)

โดยเสื้อของcocktail จะตั้งอยู่ที่บูธ 73 นะครับ !!!

Advertisements

               Meeting ที่ผ่านมาสนุกมากครับ เพื่อนๆทุกคนน่ารักมาก ผมและวงขอขอบคุณทุกๆ ท่านจากใจจริงครับ

อย่างไรก็ตามพวกเราขออภัยในความไม่สะดวกหลายอย่างในงาน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนของกิน หรือความยากลำบากในการหาสถานที่   มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 ปล. ใครอยากให้จัดอีกทีลงชื่อมาเลย โลดดดด

 ตอนที่  9   จะเริ่มลงแลวนะครับผม

เนื่องจากกระเป๋าของหมีหาย รายชื่อคนที่ลงทะเบียนไว้ที่เบอร์ 086-669-6099 จึงหายไปด้วย

ผุ้ที่ลงทะเบียนไว้กับหมี สามารถเข้าไปที่งานได้เลย โดยดูจากแผนที่และข้อมูลด้านล่าง 

หรือสอบถามเส้นทางได้ที่

หมี 086-669-6099

Staff ทั่วไป 089-893-8899

081-649-5664

อุ้ย 083-971-6836

 

ขอบคุนคับ

               ก่อนอื่นครับ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว เรากำลังทยอยติดต่อกลับเพื่อยืนยันการเข้าร่วมงานนะครับ

โดยรายละเอียดในงานมีดังนี้ครับ

สถานที่ : 566 อาคารร่วมฤดี ชั้น 5 ติดรถไฟฟ้าเพลินจิตครับ   โดยเราจะมี Staff คอยดูแลไม่ให้ทุกท่านหลงหายไปที่ไหนๆ

เราจะอัพเดท หมายเลขโทรศัพท์ของ Staff ให้ในวันพรุ่งนี้ครับ

เวลา : สามารถลงทะะเบียนได้ตั้งแต่ 14.30 น  และจะเริ่มมีรายการแสดงตั้งแต่ 15.30 ครับ

เรามีแขกรับเชิญ คือ วง Musketeer  และ กำลังรอคอนเฟิร์ม กับบู๊ Sky kick renger ครับ

ในงานเราจะมี อัลบั้มทุกอัลบั้มตั้งแต่ชุดแรกวางขายแน่นอนครับ

ประกาศ

**********สำหรับเรื่องสำคัญที่ต้องขอชี้แจงคือ เนื่องจาก cocktail 3ที่เาเตรียมจะให้ออกในงานนี้เป็นครั้งแรกนั้น ไม่สามารถที่จะออกจำหน่ายได้ในวันที่ 24 นี้เนื่องจาก ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ฝนตกหนักมาก ทำให้กระดาษพิมพ์ คือกระดาษถนอมสายตาที่เราใช้แห้งช้ากว่าปกติ ทางวงและบริษัท HERE ซึ่งเป็น ผู้จัดการดูแลพวกเราได้เห็นตรงกันว่า อัลบั้มจะพร้อมขายทั่วไปได้ในวันที่ 3 มิ.ย. เท่านั้น 

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เรามีของ Stock ชุดแรกจำนวน 200 แผ่น ซึ่งเพียงพอกับทุกท่านในงานในมือแล้ว เพียงแต่เราเห็นว่า เราไม่สามารถควบคุมการหลุดไปใน เวปไซด์ ดาวน์โหลดทั้งหลายได้ เนื่องจากหากเราแจกแผ่นไปในวันที่ 24 นั่หมายความว่าระยะเวลาแตกต่างถึง 9 วันย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอนต่อวง และ บริษัท

 

แต่เนื่องจากเราเลื่อนมาหลายต่อหลายครั้ง และไม่ต้องการที่จะเลื่อนงานมีตติ้งออกไปอีกแล้ว  ทางวงขอรับผิดทุกอย่าง และขอโทษทุกท่านที่เชื่อมั่น  และ อดทนกับความไม่แน่นอนของวงมาตลอด 2 ปีนี้ ด้วยการเปิดให้ซื้อ และจอง อัลบั้มล่วงหน้าได้ในงาน โดยเราจะจัดส่งถึงบ้านท่านก่อนวันขายจริง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 31พ.ค. -2 มิ.ย. พร้อมของที่ระลึกจากวงที่จะไม่ทำจำหน่ายที่ใดทั้งสิ้นนอกจากให้ผู้ที่สั่แผ่นในวันนั้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทางวงเข้าใจดีว่าสิ่งนี้ย่อมเทียบกันไม่ได้กับความผิดหวังของท่านที่ตั้งใจจะมารับแผ่นไปในวันงาน ดังนั้นหากท่านใดไม่ประสงค์จะเข้าร่วมงานสามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้ครับ

ทั้งนี้การแสดงโชว์ และ สินค้าอื่นๆจะยังมีในงานอย่างแน่นอน 

ขอบคุณมากครับ

โอม

 

*อนึ่งอัลบั้มนี้ นอกจาก B2S และ แมงป่องแล้ว ยังจะมีวางขายใน 7eleven ด้วยครับ

 

 

วิธีการเดินทาง นะครับ เมื่อมาถึง BTS เพลินจิตแล้ว ใหหันหน้าไปทางอ่อนนุช แล้วลงบันได้ขวาสุด

หลังจากลงบันไดแล้วให้เดินย้อยกลับมาราว 100 เมตรครับ โดยจะข้ามปากซอยร่วมฤดีมา เมื่อเดินผ่านอาคารที่มีลานจอดรถกว้างๆอยู่แล้วให้เดินเข้ามาได้เลยครับ

สำหรับท่านที่มารถยนต์ อาคารยืนอยู่ปากซอนร่วมฤดี ถนนเพลินจิตเลยครับ มีลานจอดรถรองรับพอครับผม

สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่

หมี 086-669-6099

Staff ทั่วไป 089-893-8899

อุ้ย083-971-6836

ครับผม

** ใครที่รูปแผนที่ไม่ขึ้น คลิกที่รูปได้เลยครับ

 

 

 

promo Cocktail Meeting

May 17, 2008

 

ขอบคุณ หมี ป๋วย ม่อน มาด้วยครับ ไม่มีพวกนายงานไม่เกิดแน่

 

 

                   แน่นอนแล้วครับว่าเราจะจัดงานในวันที่ 24 เดือนนี้ช่วงบ่าย 3-4 โมงเย็น เพื่อให้แดดหมดไปเสียก่อน

ส่วนสถานที่แน่นอนว่าจะอยู่กลางเมือง และเป็นสวนสาธารณะใด สวนสาธารณะหนึ่ง ในตอนนี้ หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในรายละเอียด

ในงานจะมีการเล่นอะคูสติก เต็มวงกัน รวมทั้งคนที่ร่วมงานจะได้ CD อัลบั้ม  In the Memory of Summer Romance ไปก่อนวันจำหน่ายจริง 1 วัน ในวันนั้น ในราคาที่ถูกกว่าร้านค้า

นอกจากนี้ คนที่ตามหา CD ชุดเก่าๆ เราจะมีมาจำหน่ายในงานทุกชุด แน่นอนครับ

 

ก่อนอื่นเลย การจัดงานในครั้งนี้ทางบริษัท HERE  ซึ่งเป็น Management ของเราเห็นว่าควรมีผู้สนใจเข้าร่วม ไม่น้อยกว่า 100 คน (เผื่อกรณีที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ด้วย) ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้

ลงชื่อและเบอร์โทรกลับไว้ใน comment นี้ หรือ ส่งเมลมาที่  cheerscocktail@hotmail.com 

 

************ใครที่ email มาแล้วก่อนหน้านี้ เมลลงผิดนะครับ ช่วยส่งมาใหม่ด้วยครบ

 

ขอบคุณทุกคนมาก แล้วเจอกันครับ

 

                ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งนอกจากนักดนตรี ที่ทำให้ Project ของพวกเราสมบูรณ์นั้น จะเป็นใครไปเสียไม่ได้นอกจาก ทีม MV ซึ่งก็เป็นทีมเดียวกับทีมปก นั่นแหละ (ตอนที่แล้วเอามาเขียนแยกกันให้ดูเยอะๆไง) 

ทีมนี้ประกอบไปด้วย คนแค่ 2 คนเท่านั้น คือ นันท์ กับ น๊อต ซึ่งเป็นหัวเรี่ยว หัวแรงสำหรับการทำงานทุกอย่าง ทุกอย่างในด้านอื่นๆนอกจาก MV ซึ่งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น เราเองที่สนิทกับ น๊อตและนันท์ (ทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันอยู่ และนันท์ ก็ยังเป็นคนทำ Enhanced CD  อัลบั้ม In The Memory of Summer Romance อีกด้วย)  เราจึงลากสองคนนี้เข้ามาช่วยทำงานใน Project อันยิ่งใหญ่ของเรา (อย่างน้อยก็ใหญ่ในตอนนั้น)

                    นันท์ และน๊อตเป็นสองคนที่นิสัยแตกต่างกันมาก คือนันท์เป็นคนใจเย็น และละเอียด ส่วน น๊อตจะใจร้อน และ ไม่ละเอียดนัก แต่ตัวน๊อตเองจะมีความเป็นศิลปินมากกว่านันท์อยู่พอสมควร  ในสายตาเรานันท์ เป็นคนเก่งเรื่อง ธุรกิจ การตลาด และ มีความรู้ทั่วไปดีมาก แต่จะขาดเรื่องอารมณ์ไปพอสมควร ซึ่งการน๊อตมีในจุดนี้ ทำให้ทั้งสองคนนี้อยู่รวมกันแล้วเติมเต็มกันเองได้ดี

               Project การทำ MV ในตอนนั้นหลังจากเราตกลงใจว่าจะทำเพลง หลบหน้า*  เราก็สนใจที่จะเลือกนางเอกก่อนเลย   นับว่าเราโชคดีมากที่เพื่อนๆในกลุ่มสวัสดิการทั่วไป (เบ๊) เป็นน้องห้องของพี่ ลิซ่า วริษา ปฐมกุลมัย ซึ่งถือได้ว่าเป็นสาว pop มากๆ ในตอนนั้น (ยุคหนังสือ Katch เลย ก่อนที่พี่ซ่าจะกลายมาเป็น Presenter ให้ Pepsi Blue) เราจึงได้พี่ซ่ามาเป็นนางเอก MV !!!?  ถ้าสงสัยกันว่ามันติดต่อได้ง่ายยังนี้เลยเหรอ … ใช่ครับง่ายแบบนี้เอง

                 พี่ซ่าเป็นรุ่นพี่เราหนึ่งปี จึงเรียนจบไปแล้วในตอนนั้น  แต่พี่ซ่าก็ยังตั้งใจมาช่วยงานพวกเรา อย่างเป็นกันเองสุดๆ 

               การถ่ายทำ เราทำกันแบบวันเดียวเสร็จ โดยก่อนหน้านี้นันท์กับน๊อตช่วยกันหา เทคนิกมากมายที่จะใช้กล้องวีดิโอ ธรรมดาๆ  ที่จำได้เจ๋งๆเลยก็เป็นตอนที่พยายามจะเทียม รางดอลลี่  ด้วยการเอารถเข็นของป้าขายน้ำมาใช้แทน แต่ไม่ได้เรื่องเพราะล้อมันสะเทือนกับพื้นอยู่ดี   ดังนั้นการถ่ายทั้งหมดส่วนใหญ่ก็เป็นการถือกล้องตาม ไม่ก็ตั้งบนขากล้อง 

โลเกชั่น ที่เราเลือกถ่ายมีอยู่ทั้งหมด 4 ที่ คือ บนสถานีรถไฟฟ้า สยามสแควร์ สีลม และ ร้านกาแฟตุงฮูหน้าโรงเรียน       เซนโยเซฟคอนแวนต์  โดยเรื่องราวของเราเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของ หญิงสาวคนหนึ่งต่อชายหนุ่มที่มีโอกาสได้เจอกันเพียงน้อยนิด       

ตอนถ่ายทำมีเรื่องตลกๆ อยู่ 2 เรื่องที่ผมจำได้ คือ การที่พระเอก MV** ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับมา หลังจากถ่ายฉากที่ขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว ลงไม่ทันต้องนั่งยาวไปเฉยเลย   กับการที่ เจ้าหน้าที่ที่เซ็นทรัลสีลมคอยมาไล่เราไม่ให้ถ่าย แต่เราก็ต้องหนีไปถ่ายไปจนเสร็จในที่สุด

MV ตัวแรกของเรา “หลบหน้า”

http://www.youtube.com/watch?v=VBZjx165_tM

 

*ไม่น่าเลย เกือบถูกเอามาทำ MV แบบฮาๆ ก่อนหน้าที่จะตกลงทำ หลบหน้า แบบฮาไม่ออก

** เจ้าตัวไม่ให้เปิดเผย-ถามแล้ว ว่ามันผ่านมานานแล้วนะ แต่เจ้าตัวยืนยัน ที่จะให้อดีตเป็นแค่ความทรงจำตลอดกาล (ไม่บอกเฟ้ย)

                      

 

 

            หลังจากการบันทึกเสียงในวันแรกสิ้นสุดลง เราก็เข้าสู่การบันทึกเสียงในวันที่สอง เรายังคงอยู่ในส่วนของ Forte เหมือนเดิมในวันที่สอง เพียงเราอัดเสียงเพิ่มเติม เพลง ไม่รู้  เศษซากความฝัน และ ไม่น่าเลย จนเสร็จเท่านั้นเอง 

บรรยากาศโดยรวมของวันที่สองแตกต่างจากวันแรกมากทีเดียว เนื่องจากเราเปลี่ยน Sound Engineer ในวันนี้จากพี่อู๊ดสุดเฮ้ว มาเป็นพี่ลบสุดเฮี้ยบ แทน

พี่ลบจัดว่าเป็นคนดุคนหนึ่ง และเป็นคนเจ้าระเบียบในการทำงานเอามากๆ แต่นั่นแหละพี่ลบได้ทำให้เราเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าแรกๆเราจะไม่ชอบพี่เค้าสักเท่าไร แต่สุดท้ายแล้วพี่ลบนี่แหละที่อดทนกับเรามากที่สุด และช่วยเราถึงที่สุด

                    สำหรับวันที่ 3 นั้นเราแทบจะจำอะไรไม่ได้ในส่วนของการอัดเนื่องจากมีส่วนร่วมกับงานน้อยมาก โดยส่วนใหญ่แล้วง่วนอยู่กับการกิน และนอนดูทีวีในห้องอัด ดังนั้นจึงต้องอาศัยทำบอกเล่าของเพื่อนร่วมงานที่เข้าอัดในวันนั้น

หลังจากเราโทรหาอ๊ะ เพื่อนจากวง Fri-fa เพื่อทบทวนเรื่องเก่าๆ ภาพเวลาตอนนั้นทีเริ่มเลือนลางไปแล้วก็เริ่มชัดขึ้นมา

                    “การบันทึกเสียงวันที่ 3 เริ่มต้นขึ้น ด้วยความตื่นเต้นของวง  Fri-fa  ที่มีเวลาเตรียมตัวในห้องอัดน้อยกว่าพวกมาก อีกทั้งพวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้มาดูงานในห้องอัดในวันแรกและวันที่สองเลย เนื่องจากเตรียมตัวสอบ ข้อสอบของสมาคมคณิตศาสตร์ ในตอนเช้าของวันอาทิตย์ ก่อนที่จะบึ่งมาอัดเสียงให้ทันตอนเที่ยง ซึ่งตอนพวกเขามาถึง เราก็พร้อมจะเริ่มงานกันทันที วันนัั้นจึงเป็นวันที่คนทั้งหมดในโครงการเล็กๆของเรามาอยู่ที่ห้องอัดหมด ซึ่งนอกจากนักดนตรีหลักแล้วยังมีเพื่อนๆอย่าง สามสาวจากห้องศิลป์ฝรั่งเศสมาร่วมร้องคอรัสในเพลง Nobody   และ เล่นเปียโนไฟฟ้าให้  ซึ่งในวันนั้น นุ๊ก จ๊อยซ์ จุ๊บ* ทำให้กลิ่นสาบชายในห้องอัดลดลงไปมากเลยทีเดียว โดยนอกจากนี้แล้วเพลง Nobody ยังมี มิน เจ้าของเพลง UFO มาช่วยบู๊ ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่งร้องนำในเพลงนี้ มาคอรัสให้อีกด้วย

มากไปกว่านั้น เรายังมีเพื่อนๆ จากทีมทำปก ทีมทำ MV และ กองเชียร์ที่เอาแต่นั่งเล่น วินนิ่ง อยู่หน้าห้องอัด มากันเต็มไปหมด  เรียกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่คึกคักจริงๆ”

 

*จุ๊บ เป็นเพื่อนสาวที่มีน้ำใจมากๆ คนหนึ่งซึ่งในปกดันพิมพ์ชื่อผิดเป็น จิ ซึ่งเป็นชื่อเพื่อนในกลุ่มของจุ๊บอีกคนหนึ่ง(ไม่ได้มาวันนั้น) ไปเสีย โดยไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้

                     

                                  การบันทึกเสียงในวันแรกนั้นแแม้ว่าจะทุลักทุเลไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเราผ่านมันไปได้ในระดับหนึ่ง  Sound Engineer ของเราในวันแรกเป็นพี่ขี้เล่นมากๆ คนหนึ่ง ชื่อว่าพี่อู๊ด พี่แก Rock n’ Roll เอามากๆ ทั้งวิธีพูดจา และการแต่งตัว แต่แกน่ารักมากๆ ทำให้การทำงานในวันแรกของเราเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเลยทีเดียว

                                สำหรับ Hi-light ความประทับใจในวันแรกของเรา (อาจจะเป็นเราคนเดียวก็ได้) คือการได้พบกับพี่เล็ก T-bone ซึ่งในตอนนั้นเรารู้จักเค้าในฐานะมือกลองของพีแมว และเป็นพี่ชายของพี่แมว  เท่านั้นเอง  

อาจจะสงสัยกันว่าเค้ามาทำอะไรที่นี้   เราลืมบอกไปว่า Peterpan นั้นเป็นเสมือนฐานทัพของนักดนตรีกลุ่ม Madcatz ดังนั้นเราจึงได้เจอกับศิลปินของกลุ่มอย่าง พี่แมว(ซึ่งตอนนั้นอัด Catarock #5 อยู่ เราได้ฟังงานในห้องอัดด้วย ก็ตัวแข็งกันไปงานเราไม่ติดฝุ่นเลย)  พี่อิงค์ อชิตะ กับวง Perfect Sunday (ซึ่งชวนเรากินปลาร้าด้วย ใจดีมากๆ)  พี่ๆ วง Ab-Normal* (ซึ่งต่อมา สนิทกับบู๊มาก)  เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีจากค่ายๆอื่นๆที่มาใช้ห้องอีกด้วย  แต่โดยรวมก็มาจาก Gmm กันหมด

กลับมาที่ความประทับใจของเรา นั่นก็คือ วันที่เราเจอกับพี่เล็กนั้น พี่ เล็กคงสงสัยว่าเด็กๆ อย่างเราเข้ามาทำอะไรในห้องอัดกัน พอเราเล่าเรื่องราวให้แกฟังก็ยิ้ม แแล้วพูดกับเราว่า

“ดีแล้ว ถ้าคิดจะทำอะไร ทำเลย อย่าปล่อยให้ช้า ” มันอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย แต่อยู่ในใจเรามาจนทุกวันนี้ ยิ่งมาทราบทีหลังว่า พี่เขาคือ T-bone เรายิ่งศรัทธาคำพูดนี้เข้าไปใหญ่

จนทุกวันนี้พี่เล็กก็ยังจำเราได้ ยังทักทาย แและไต่ถามทุกข์สุข ทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบพี่เขา

  นี่แหละความประทับใจของเรา  

……..อยากทำอะไร จงทำซะนะ  ก่อนที่โอกาสจะหลุดลอยไป

 

 

*บู๊ กับพี่ๆ Ab Normal ได้ทำ Project ร่วมกันอย่าง Dolly Project ในเวลาต่อมา มีเพลงเด่นๆอย่าง “เลิกกันเถอะ”

นอกจากนี้ บูียังได้ เข้าไปทำงานในฐานะ Staff ของวง Ab อยู่ช่วงหนึ่งด้วย

 http://www.imeem.com/groups/42Q5kYTN/music/1Jz8gDta/dolly_project/

เลิกกันเถอะ 

เจี๊ยบ สุจินดา เติมธนากรณ์ (ถ้าคุ้นนามสกุล ..ใช่ครับ พี่สาว กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์ จากวงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ นั่นแหละ) 

เสียงผู้ชายในเพลลง ก็เสียงบู๊ นั่นแหละครับ

ดูได้ข้างล่างใน ตอน ที่ 5 เลยครับ