-ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน-

June 22, 2008

  ก่อนที่เราจะขึ้น ภาคสองในส่วนของเศษซากความฝัน และ 36000 ไมล์ ต่อจากภาคแรกที่จบไปแล้ว    เราอยากให้เพื่อนๆ เขียนความทรงจำในค่ำฤดูร้อนของตัวเองบ้างครับ     สำหรับคนที่เขียนได้น่าประทับใจเรามากๆ เราจะส่งเสื้อยืด cocktail พร้อมลายเซ็นครบ 5 หน่อ ไปให้ 1 ตัว ถึงบ้านดีไหมครับ (XL นะ)

ลงไว้ใน comment นี้เลยครับผม          

 

เราหาเรื่องอู้เขียนตอนต่อมากเลยนะเนี่ย

……………….

Advertisements

14 Responses to “-ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน-”

  1. รัน said

    เฮ้ย ดีใจด้วยว่ะโอม คราวนี้ดูจริงจังมากมาย
    ได้ฟังเพลง ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน ละ มีคนส่งมาให้ฟัง (กูไมได้่โหลด mp น้า)
    ี้เพลงเท่มาก โตขึ้นมาก .. promo ของ ดาราดับแสง ก็เท่ ชอบดนตรีว่ะ

    แหม่ เห็นมาตั้งแต่ ม.ปลาย มาจนถึงวันนี้ได้มันเท่จริงๆว่ะ 😉

    From .. รัน เตรียมฯ#63

    ปล. จะให้ดีส่งอัลบั้มมาให้ฟังที่อังกฤษด้วยก็จะดีน้า ฮ่าๆ
    ปล2. เขียนใส่อันนี้ได้ป่ะวะ หรือ ต้องเขียนความทรงจำในค่ำฤดูร้อนด้วย :p

  2. zippO said

    ไม่บอกไม่รุนะเนี่ยว่าอู้

    ฮ่าๆ

  3. suisui said

    เอ่อ… อยากถามว่า…

    วันนี้ซื้อแผ่นมาฟังดูนะคะ ได้ยินเพลงแล้วชอบดี แต่เค้าเปิดฟังเพลงกันยังไงง่ะ เห็นมันเปิดมามีแต่เอ็มวี explore เข้าไปดู ก็หาไฟล์เพลงไม่เจอง่ะ แง~ T^T

    ความทรงในช่วงซัมเมอร์เหรอ เอ๊อะๆๆ เป็นประสบการณ์อันนึงที่จะไม่ลืมเลยล่ะ

    เป็นเรื่องที่ลงเรียนซัมเมอร์ที่มหาลัยล่ะนะ วันนั้น ซีไป adding กับเพื่อน พอดีว่าไอดีเรามันอยู่วันสุดท้ายของการแอดดิ้งพอดี ก็สรุปว่าถ้าลงหรืออะไรไปแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้อีก

    ก็ไปๆมาๆ วิชามันก็เต็มมันเลยอ่ะ พอดีเหลือบไปเห็นวิชานึง มันว่างด้วย มีอยู่ sec. เดียว ไม่มี requirement แสดงว่าไม่น่ายาก ปี 1 ก็น่าจะลงได้ ถึงมันจะกลายเป็น free elective ก็ช่างมัน ขอแค่ให้มีเรียนก็พอ

    โอ้เย ทีนี้ ก็เฮฮากับเพื่อน ซัมเมอร์นี้พวกชั้นมีเรียนแล้ว

    ไปเรียนวันแรก… 0o0

    …อาจารย์ถาม… “ปีหนึ่งโผล่มาได้ไง?”

    เอ๊อะ งง งงสิคะ ไมจารย์ถามงั้นล่ะ พวกหนูไปแอดมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บอกอะไร ถามอยู่แค่ว่า “เช็ค requirement แล้วใช่มั๊ย?”

    ก็สิคะ เช็คแล้ว มันไม่เห็นมีนี่

    สะกิดๆกันกับ Honey (เพื่อนที่เรียนด้วยกัน) อ๊ะ มีปีสองอยู่ตรงนั้นด้วยสองคน

    พอเลิกเรียนก็ถามกับพี่เค้า พี่เค้าบอกว่า “พวกพี่ก็หลงมาเหมือนกัน เห็นเค้าว่าวิชานี้มันของปีสี่”

    อาจารย์ก็มีบอกแว่วๆ ว่ามันของป.โท

    แล้วทำไมพวกปีหนึ่งอย่างซี มันไปโผล่อยู่ในนั้นได้

    จารย์มีถาม “เรียน…แล้วหรือยัง แล้ว…ล่ะ …ด้วย อ๊ะวิชา…อีก เรียนมาหรือยัง?”
    คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว “พวกหนูเพิ่งผ่าน Intro. to business มาเมื่อเทอมที่ผ่านมานี่เองค่ะ” เง้อ

    ไม่เป็นไรๆ สู้ๆไปก่อน มันคงไม่สาหัสอย่างนั้นหรอกน่า

    พอเริ่มๆเรียนไป คำถามอันน่าสะพรึงกลัวมันมาอีกแล้ว จารย์ถามว่า “อินโทรบัส งั้นก็เรียนอันนี้มาแล้วสินะ” (ชี้ไปที่หัวข้อที่สอนอยู่)

    เหงื่อเริ่มตก จิตใจเริ่มวิตกจริต “ไม่เห็นเคยเรียนเลยอ่ะจารย์ เค้าไม่เห็นสอนพวกหนูเลยอ่ะ T^T” (ส่ายหัวพรืดๆ)

    ประมาณว่า ไอ้ที่เราเรียน มันแบบว่า พอดี๊ พอดี ตัดเนื้อหาออกซะเกลี้ยงเลย สรุปก็เหมือนไม่ได้เรียนไรมาเลย ผ่านมาแบบชิวๆมากๆ

    เริ่มคิด แล้วนี่พวกเราจะไปรอดมั๊ยเนี่ย (สะบัดหัว) เอาน่า (เหงื่อตก) สู้ๆไปก่อนละกัน

    พอจับกลุ่มกันทำงาน ก็มีปีหนึ่งคือซีกับเพื่อนรวมเป็นสองคน พี่ปีสองอีกสองคนรวมเป็นสี่ แล้วก็มี ปีสี่หนึ่งคน กับปีสามหนึ่งคน โอ้ กลุ่มนี้นี่หลากหลายกันดีจัง

    ไปๆมาๆ ทำไปทำมา เรียนไปเรียนมา พี่ปีสองย้าย minor ไม่รงไม่เรียนมันแล้ว IBM สุดท้ายก็ดรอปไป
    ไปๆมาๆอีก ฮันนี่ก็ดรอปไป… ทีนี้เหลืออยู่สามคนกันในกลุ่ม

    ใจนึงก็อยากจะดรอปไปใจจะขาด ถึงจะเป็นวิชาของเอกที่อยากเข้า แต่ถ้าเกรดมันตกเพราะเรียนมันตอนนี้ ซีก็เข้าเอกนี้ไม่ได้อ่ะสิ ก็คะแนนมันสูงอ่ะ
    แต่ว่า คิดดูนะ ถ้าดรอปไป ไม่มีรีฟันด์ แล้วไอ้ “หกพันเจ็ดร้อยบาท” มันก็จะอันตรธานหายปาย~

    ที่บ้านก็ไม่ยอมให้ดรอปด้วย จารย์ก็ไม่ให้ดรอปอีก พี่ในกลุ่มทำโปรเจ็กต์ก็นะ บอกน้องซีอย่าดรอปเลย สงสารพี่บ้าง ไม่งั้นไม่มีคนทำโปรเจ็กต์แล้ว
    สรุปก็ต้องน้ำตาตกร่ำเรียนมันไป

    พรีเซ็นต์โปรเจ็กต์ผ่านมาได้อย่างทุลักทุเล เพราะงง ไม่เข้าใจ มันคืออะไรหว่า

    สอบไฟนอล มิดเทอมก็ตกไปแล้ว ไม่รู้มีนมันอยู่ที่เท่าไหร่ อ่านหนังสืออย่างหนัก วันก่อนวันสอบ อ่านจนตอนเย็นแล้ว อาการเริ่มน็อค เลย wake up ด้วยกาแฟ โฮะๆๆ ดี คืนนั้นเลยอ่านหนังสือต่อได้ อ่านมันจนโต้รุ่ง ตอนเช้าเกิดน็อค ไม่ได้ๆ สอบตอนเก้าโมงเช้า มาน็อคไม่ได้นะ เลยต้องกาแฟไปอีกแก้ว เมื่อคืน พี่กันนี่บอกไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวพี่ไปติวให้ตอนก่อนเข้าสอบ ไอเราก็โทรแล้วโทรอีก พี่กันนี่ไม่รับโทรศัพท์อ่ะ เลยต้องเข้าสอบไปแบบนั้น สอบออกมา เฮ้ย ไมไม่เห็นพี่กันนี่มาสอบล่ะ เง้อ

    โฮ

    “Jennie I can’t do it. I even don’t remember what I just wrote on the paper. Do you remember the question no.5? I didn’t do that one.”

    “I don’t know neither. I can’t do it also.”

    กับเจนนี่คุยกันหลังสอบ บทสนทนามันก็เป็นประมาณนี้ ข้อสอบมี 7 ข้อ มีเวลาให้ 3 ชั่วโมง แต่ก็ยังทำไม่ทัน…

    มาตอนหลังรู้ว่า พี่กันนี่นั้น ดรอปไป เลยไม่ได้เข้าสอบ อ๊ากกก แล้วพี่มาบอกซีว่าจะติวให้ทำม้าย

    จากกลุ่มหกคน ไปๆมาๆ เหลืออยู่เพียงสองคนที่เรียนจนสอบและจบ

    มาถึงตอนนี้ คะแนนสอบซัมเมอร์เค้าออกกันหมดแล้ว แต่ทำไม Project Management ที่เราเรียนมันยังไม่ออกซะที

    ไม่เข้าใจจริงๆ วิชานี้ก็เปิดแค่เซ็คชั่นเดียว มีคนเรียนสุดท้ายเหลืออยู่แค่สิบกว่าคน วิชาอื่นเปิดกันห้าหกเซ็คชั่น มีคนเรียนเป็นร้อยๆ เกรดออกกันแล้ว แต่ทำม๊าย วิชานี้มันถึงยังไม่ออก จารย์อู้ตรวจข้อสอบหรือไงกัน

    ก็เป็นเรื่องงี่เง่าๆในช่วงซัมเมอร์ เห็นว่าให้เล่า ก็เลยขอเล่า คงไม่เป็นไรใช่มั๊ยคะ ก็แค่อยากเล่าให้คนฟังล่ะนะ ไม่งั้นมันคงเก็บกดตายก่อนแน่ๆเลย

    ก็เป็นอีกบทเรียนที่จะจำเอาไว้ว่า “I’ll never do it again ever!”

    แล้วสรุปว่า จะเปิดเพลงฟังได้ยังไงอ่ะคะ มันเปิดไม่ถูกง่า หาไฟล์เพลงไม่เจอ

  4. jay said

    เอาไปเต็มครับข้างบน ยาวมาก

  5. เสื้อมันเหลืออ่ะนะ ก้อเข้าใจคิดดีนะเนี่ย

    ได้ทั้งแจกเสื้อ ได้ทั้งอู้

    55555555+

    อยากได้XLอ่ะ หมดเขตส่งวันไหนเนี่ย

    เผื่อจะเขียนม้างงงงงงงง

  6. KoY said

    มีเรื่องนึง เกิดขึ้นตอนปิดเทอมซัมเมอร์ปี 2
    เรื่องมันต่อเนื่องกัน 2 วัน
    เรื่องมันเริ่มจากการที่เราไปพักบ้านเพื่อนคนนึง แถวๆพุทธมณฑลสาย 2 วันนั้นก็ออกไปจตุจักรกัน ออกไปแต่เช้าเลย
    กว่าจะกลับก็เย็นมากแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้เอะใจกันเลยว่า วันนั้นจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น
    นั้นก็คือว่า ไฟไหม้ตรงที่ร้างข้างๆหมู่บ้าน เพราะว่ามันเป็นที่ที่มีหญ้าขึ้นเต็ม แล้วฤดูร้อนหญ้าแห้ง ไฟเลยติด เหมือนที่เคยเห็นในข่าวเลย
    บ้านเพื่อนเราเป็นหลังดียวที่ไม่มีคนอยู่ โชคดีที่ไฟไม่ลามเข้าบ้าน
    แล้วที่บ้านเรากะเพื่อน อยู่กัน 2 คน พอเปิดบ้านเข้าไป ควันก็เต็มบ้านแล้ว มีพี่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เข้ามาช่วยยกถังแก๊สออกให้
    เรากะเพื่อนก็ช่วยกันต่อสายยางฉีดน้ำไปหลังบ้าน ฉีดตรงผนังบ้าน
    กว่าไฟจะหยุด ก็ดึกมาแล้ว จำได้ว่าคืนนั้นมีคนคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดทั้งคืน
    ตอนที่ไฟเริ่มมอด ก็ต้องมาทำความสะอาดบ้านเพราะเละมาก มีร้อยเท้าของคนที่มาช่วยเต็มไปหมด
    ถูบ้านกัน 2 คนตั้งแต่เย็น กว่าจะได้นอนก็ ตี2-3 แล้วมั้ง เป่าควันกันอีกด้วย ได้นอนก็เหมือนไม่ได้นอน
    เหนื่อยมาก ซักพักก็หลับเป็นตาย วันต่อมาก็มีควันคุๆอีกรอบ แต่ไม่มีอะไร

    ซึ่งเราก็ออกไปข้างนอกอีก เพราะว่านัดกะเพื่อนคนนึงไว้
    นัดไว้ตอนเย็นที่อนุสาวรีย์ จำไม่ได้ว่านัดไว้กี่โมง แต่จำได้ว่ายืนรอเพื่อนอยู่เกือบ 3 ชั่วโมง
    ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ก็เดินไปเดินมาอยู่แถวนั้น
    จนในที่สุดเพื่อนเราก็มา……

    แต่แปลกมาก ตรงที่เราไม่ได้โกรธ หรือว่าอะไรมันเลย กลับดีใจเหมือนจะร้องไห้
    แทบจะโผกอดมัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงดีใจขนาดนั้น
    อาจเป็นเพราะว่า เรื่องที่เราเจอมาวันก่อนหน้านั้นก็ได้
    เพราะมันเป็นเพื่อนคนนึงที่เราสบายใจมาก เวลาที่ได้คุยด้วย แต่เราก็มัวแต่คุยเรื่องอื่นจนลืมเรื่องไฟไหม้ไปเลย
    จนวันนี้มันก็ยังไม่รู้ว่า เราเจออะไรมาก่อนที่จะมาเจอมัน
    แถมยืนคุยกันอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปหาที่นั่งคุย หรืออะไรเลย ยืนคุยแถวๆ สะพานลอยเลยอ่ะ

    วันนั้น มันทำให้เรารู้สึกว่า สถานที่ เวลา หรือสถานการณ์อะไรก็ตาม มันไม่มีความหมายอะไรเลย เวลาเราอยู่กับคนที่เข้าใจ และสำคัญจริงๆ

    เป็นความทรงจำร้อนๆ ในฤดูร้อน ที่อบอุ่นใจ ที่สุดเลย

    ว่าม่ะ……

  7. อยากได้เสื้อแต่มะรุจาเขียนไรอ่ะคับ 5 5 5

  8. ZimEMasteR said

    คืนนั้นฝนก็ตกพร่ำๆเหมือนคืนนี้…

    “อยากให้เธอได้อ่าน” คือ Subject ของ mail ที่เธอส่งมาหาผม มีความว่า

    —————————–
    อยากให้เธอตั้งใจอ่านนะ สำหรับเธออาจจะเป็นเรื่องไร้สาระแต่สำหรับเรามันคือทุกอย่าง

    คนที่เรารัก อาจดูไม่ดีพอในสายตาคนอื่น แม้แต่เราเองบางทีก็ยังมองเห็นถึงความไม่ได้เรื่องของเขา

    ฉันเจอมัน ความไม่ได้เรื่องนะ ในตัวคนที่ฉันรักและฉันก็หลงคิดว่า ตัวเองดีเด่นซะเหลือเกิน

    ฉัน..จะเปลี่ยนเขาให้ได้

    ฉัน…จะทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น

    และฉัน…ก็ทำไม่สำเร็จ…..เขา..ก็ยังเป็นเขาคนเดิม

    แต่ฉันกลับต้องมาทุกข์ใจ…ที่เขายังเป็นเหมือนเดิม

    ฉันเคยโกรธเขา…แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันไม่รู้จะโกรธเขาไปทำไม

    ฉันต่างหาก…ที่ไม่มองตัวเอง…ฉันไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหนจู่ๆก็โผล่พรวดจะมาเปลี่ยนชีวิตคน..ฉันมันบ้า

    ไม่มีใครเปลี่ยนชีวิตใครได้..นอกจาก

    เขาจะเปลี่ยนตัวเอง

    ฉันต่างหากที่ควรจะคิดให้ได้ว่า

    …ฉันจะยังรักเขาได้ไหม..ถ้าหากเขายังเป้นตัวเขาอยู่อย่างนี้

    ถ้าฉันรับได้มันก็แฮปปี้เอ็นดิงส์ แต่ถ้าฉันยังทุกข์ ยังรับไม่ได้

    ฉันต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายไป….

    ——————————————-
    มาถึงตรงนี้ผมร้องไห้ ฝนเริ่มตกหนักขึ้น
    ——————————————-

    นั่นคือความคิดของฉันในอดีต…ในวันนี้สิ่งที่ฉันคิดคืออะไรรู้มั้ย

    ฉันอยากจะบอกทุกคนว่า….ฉันรักเขา … รักผู้ชายคนนี้ แม้ว่าเขาอาจจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง

    ในสายตาของใครๆ …แต่สำหรับฉัน เขาเป็นผู้ชายที่ดีทีสุดที่ฉันเคยเจอ

    ฉันยอมรับ…..ฉันเคยท้อ…เคยหมดหวัง

    การกระทำที่ตัวเขาเองอาจไม่รู้ว่า….เขาทำให้ฉันเจ็บ

    เขาไม่ผิดหลอก…ฉันต่างหากที่ผิด..ผิดที่เอามันเก็บมาคิด

    ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงหวาน…แต่ตรงข้าม

    ฉัน…ผู้หญิงปากดี…เอาแต่ใจตัวเอง…ขี้งอน..ขี้โมโห

    ฉันต่างหาก…ที่ไม่คู่ควรกับความรักที่เขามีให้

    บางทีฉันก็ประชดประชัน…ฉันหวังว่าเขาจะรู้ว่าฉันต้องการอะไร

    ตรงกันข้าม..เขาซื่อเกินกว่าจะรู้..แล้วฉันก็โมโหใส่เขาอีก

    ฉันอยากพูดว่า..ขอโทษ..แต่ทิฐิของฉันสูงเกินกว่าที่ฉันจะยอมหันกลับมา

    ฉัน…ถลำลึก..ฉันขอเลิกกับเขา..ทั้งๆที่ฉันปวดร้าว

    เขาชื่อ..เขาไม่รู้..เขาร้องไห้…ฉันเองก็เจ็บ…ไม่ใช่ใครเลย

    ฉัน..ฉันทำร้ายตัวเอง ..ทำร้ายคนที่ฉันรัก

    ฉันร้องไห้..ฉันอยากกอดเขาแล้วพูดว่า…ขอโทษ

    แต่ฉันทำไม่ได้…ฉันสัญญากับตัวเองหลายครั้ง.

    ฉัน..จะไม่เอาทิฐิมาทำให้ฉันและคนที่ฉันรักต้องเจ็บอีก

    แต่ฉันทำไม่ได้..ฉันผิดสัญญากับตัวเอง ทุกครั้งที่ฉันทำร้ายเขา

    ฉัน…ไม่เคยให้อภัยตัวเอง..และจะไม่มีวันให้อภัย

    ฉันเคยบอกเขาเรื่องนี้..เขายิ้ม เขาให้อภัย

    แต่ในใจฉันกลับร้องไห้ ยิ่งเขาไม่ว่า..ฉันยิ่งอยากร้องไห้

    เขาดีกับฉันเสมอ..แล้วฉันละเคยทำอะไรบ้าง..นอกจากจะทำให้เขาไม่สบายใจ

    ————————————————
    ความจริงแล้วผมต่างหากที่เป็นคนเลว ทำร้ายเธอมาตลอด แต่เธอกลับพูดเหมือนว่าเธอเป็นฝ่ายผิด เธอให้อภัยผมมาเสมอ ผมทำผิดทุกอย่าง ผมทำผิดมาตลอด ผมเสียใจ และผมก็ทำอะไรไม่ได้
    ————————————————
    ฉันเป็นห่วงเขาในเรื่องที่เขาว่าไร้สาระ…ฉันรู้ว่าเขาอาจจะรำคาญ

    แต่นั่นมันก็เป็นความหวังดีของฉัน

    ฉันไม่หวังว่าเขาจะเชื่อฉัน..แต่แค่ขอให้ฉันได้ห่วงเขา

    ขอแค่นั้น…แค่ขอให้เขารู้ว่าฉันหวังดีจิงๆ

    ยิ่งตอนนี้เขากับฉัน..มีเวลาให้กันไม่มากนัก ฉันยอมรับ ฉันกลัว

    กลัวว่าใครจะมาแย่งเขาไป..ฉันภาวนาขออย่าให้เขาปันใจ

    ฉันรู้…ฉันเห็นแก่ตัว…แต่แค่เรื่องนี้เท่านั้น แค่เรื่องนี้ที่ฉันยอมให้ไม่ได้

    เขาน้อยใจหาว่าฉันไม่ไว้ใจเขา…ฉันอยากบอกเขาว่ามันไม่ใช่

    ฉันเพียงแต่กลัวเท่านั้น ฉันไว้ใจเขาเสมอ

    มันก็แค่ความกลัวของผู้หญิงคนหนึ่ง

    ฉันบอกตัวเองว่า .. อย่ากลัว….ไม่เป็นไร

    ฉันพยายามและยังพยายามอยู่ตลอด..

    ฉันเคยคิดว่าฉันอยู่ได้ถ้าไม่มีเขา ฉันพยายามตัดการติดต่อ

    ฉันตัดสายทิ้งเมื่อเขาโทรหา..แต่ในที่สุดฉันก็ยอมแพ้

    ฉันแพ้..แพ้หัวใจตัวเอง พยายามต่อต้านแค่ไหน แต่ฉันก็ยังแพ้อยู่ดี

    ฉันหวัง…..ให้เขาอภัยให้ฉันในสิ่งที่ฉันทำ

    ฉันหวัง…..ว่าเขาจะไม่เบื่อฉัน

    ฉันหวัง…..ว่าเขาจะรักฉันตลอดไป

    และสุดท้าย…แม้มันจะดูเหมือนการเห็นแก่ตัว

    แต่ฉันขอเถอะ….ช่วยฟังความเอาแต่ใจของฉันซักนิด

    ได้โปรดรักฉัน อยู่กับฉันตลอดไปด้วยเถอะ

    แต่ถ้าเธอหมดรักฉันแล้ว เธอไม่เหลือเยื่อใยให้ฉันแล้ว

    ก็บอกฉันเถอะอย่าทำเมินเฉยใส่ฉัน

    ความรักของฉัน..ฉันต้องต้องได้ทุกอย่างจากเธอ

    แต่ถ้าเธอให้หัวใจฉันไม่ได้ก็บอกเถอะฉันจะปล่อยเธอไป

    ความรักของฉัน.. ฉันต้องได้ทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ

    ——————————————–

    ผมยิ่งร้องไห้หนัก ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ ผมคิดอยู่ทั้งคืนว่าผมจะหยุดทำร้ายเธอต่อไปดีไหม๊ หรือผมจะรักผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้นอีก แต่ผมกลัวว่าอย่างหลังผมจะทำไม่ได้ ผมเซฟเมล์นี้เก็บไว้ในคอมฯ ออกมานั่งริมระเบียงหอ มีเพียงฝนพร่ำๆกับซีแกรมเป็นเพื่อน ผมคิดถึงเธอ แต่มันก็ยิ่งทำให้ผมเจ็บช้ำขึ้นไปอีก… ไม่รู้ว่าผมจะรู้สึกดีหรือสมเพชตัวเองเพราะเมล์ฉบับนี้ดี ผมไม่เคยคิดว่าจะมีใครคนหนึ่งทำดีกับผมได้เท่านี้มาก่อน แต่ผมสิไม่เคยให้อะไรกับเธอเลย ไม่เคยเชื่อฟัง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเอง มีแต่ทำให้เธอเสียใจมาตลอด ผมเลวเกินไปที่จะอยู่กับเธอ เลวเกินไปที่จะรักเธอต่อ

    ——————————————–

    ผมปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น

    ——————————————–

    คืนนั้นฝนก็พรำๆเหมือนคืนนี้

  9. plium said

    รู้ไหม!! ฉันชอบบ้านหลังหนึ่งมากแค่ไหน ชอบมากจน…

    อยากได้มันมาครอบครอง

    เป็นบ้านที่ว่างเปล่า ในครั้งแรกที่มองเห็น แต่เป็นบ้านที่อัดแน่ไปด้วยความอบอุ่น ในสัมผัสแรกที่ได้รู้สึกฉัน…ฉัน โชคดีจัง พูดถึงบ้านหลังนี้ที่ไรหัวใจมันพองโตขึ้นมาทุกที
    บ้านนี้เต็มไปด้วยเสียง เสียงที่ฉันชอบฟังเป็นที่สุด

    เต็มไปด้วยผู้คนที่ชอบเสียงนั้นเช่นกัน หัวใจฉันเต็นแรงไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่รู้ว่าจะได้ไปในในแปลกใหม่

    รวมถึงที่บ้านหลังนี้ด้วย เชื่อไหม? ว่าหัวใจของฉันอ่ะนะมันไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นก่อนตัวฉันจะไปถึงซะอีก

    **เจ้าของบ้านต้อนรับฉันอย่างอบอุ่นด้วยน้ำเย็น และชมพู่

    ฉันรับมันไว้ด้วยดีกินด้วยความห่ามและโยนมันทิ้งไปในบ่อปลา
    ความประทับใจแรกดูไม่ดีเอาซะเลย (พลาดอย่างแรงครั้งที่หนึ่ง) หลายครั้งต่อมาฉันก็ยังทำอะไรพลาดอยู่เรื่อย

    มันคงทำให้เจ้าของบ้านเค้าไม่ประทับใจฉันเท่าไรเป็นแน่

    จนวันหนึ่งฉันตัดสินใจแอบเอามือถือออกมาถ่ายรูปบ้านหลังนี้ไว้

    ถ่ายได้แค่สามรูปเอง เจ้าของบ้านจับได้ซะก่อน (เหมือนเป็นลางร้ายเลยนะเนี่ย) มันก็จริงหลังจากนั้นไม่นาน

    ฉันก็ต้องจากบ้านหลังนี้ไปด้วยหน้าที่การงาน (งานแรกในชีวิต)

    ฉันกลัว เริ่มกลัวอีกแล้ว กลัวว่าจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก เลยแอบมาดูบ้านหลังนี้หลายครั้ง ทุกครั้งจะได้ยินเสียง

    เสียงที่ฉันชอบฟังไปพร้อมพร้อมกับยืนดูบ้านหลังนี้ มันช่างอบอุ่นเสียจริง พอไปทำงานฉันเคยลางานมาบ้านหลังนี้

    ครั้งหนึ่งและครั้งนั้นก็เป็นครั้งสุดท้าย…สำหรับฉัน

    ฉันได้เจอเจ้าของบ้านหลังนั้นครั้งสุดท้าย ฉันถามเค้าว่า “คิดถึงบ้านจังเป็นไงบ้าง”

    เค้าตอบว่า “ตอนนี้ต้นไม้โดนตัดหมดแล้ว มันไม่เหมือนเดิมแล้ว” ฉันได้ยินดังนั้นถึงแม้ปากจะพูดออกไปว่า

    “จริงหรอ!!น่าเสียดายจัง” แต่ใจฉันกลับพองโต โชคดีอีกแล้วที่เค้าตอบแบบนั้นโชคดีจังที่ฉันไม่ได้เห็นมันในสภาพที่…

    เปลี่ยนไป โชคดีจังที่ให้ฉันเก็บมันเอาไว้พร้อมกับช่วงเวลาดีดีที่ผ่านมา

    แค่อยากเล่าให้ฟังถึงเรื่องบ้านที่มีแต่เสียงดนตรีไม่เกี่ยวกับเสื้อ

  10. ไม่ได้ตั้งใจนะคับ said

    เรื่องที่บอกว่าเพลงซ้ำซ้อน..ขโมยเค้ามาเนี่ย ผมรู้ว่ามาจากไหน

    เมื่อ4-5ปีที่แล้วเห็นจะได้

    ผมซื้ออัลบั้มนี้มากล่องสวยดี…

    วันนึงผมกินเหล้ากะเพื่อนๆอยู่…จะจีบสาวเลยร้องเพลงนี้ให้สาวฟัง

    บอกว่า..แต่งเอง(ไม่ได้คิดว่าจะดัง)..(รู้แค่ว่า..เพลงนี้ไมเพราะจังฟะ)

    กะว่าร้องทีเดียวจบ…

    สรุปครับ…สาวชอบเพลงนี้…เพื่อนที่มหาลัยเอาไปพูดว่าแต่งเพลงนี้เพราะ

    มันเลยมาถามกันใหญ่ว่า…เฮ้ยกูได้ยินเพลงนี้ในแผ่นแวมไพร์ว่ะ…

    ก้อเลยบอกไปลอยๆว่า…โอ๊ยยย…แอบเอาของกูไปมั้ง(สาบานได้ว่า..พูดเพียงให้ไม่อายเพื่อนแค่นั้น..ไม่ได้คิดจะไปคิดร้ายอะไร)

    สรุปคับ…รู้กันเกือบทั้งคนะ…ปากต่อปาก…แถมเชื่อกันซะมาก

    ปวดกบาลเลย…(ไม่เชื่อซะยังดีกว่า)

    รู้กันไปนอกคณะ…รู้ในมหาลัย…ไปนอกมหาลัยอีก…ไปกันใหญ่แล้ว

    ไอ้เพื่อนที่ไม่เชื่อ…ก้อมาล้อ…(แบบนี้ยังรู้สึกดีกว่า)

    แต่เรื่องที่มันเกิดขึ้น…ไฟลามทุ่งเจงๆคับ…แก้ตัวไม่ทันเลย…ลือกันไปไหนต่อไหนแล้วไม่รู้

    ผมได้ยินกันว่า..คนพูดเรื่องนี้กันเยอะมากกกกก

    มันเป็นตราบาปคอยหลอกหลอนผมเหมือนกันนะ…

    ปล.ผมหวังจะขอโทดมานานแล้วนะคับ…

    ปล2.ผมเป็นคนที่ปากพล่อยไปเองแหละคับ…

    ปล3.แต่อยากให้รู้ว่า…เจตนาที่ไม่ดีของผมมันเกิดขึ้นจากความมักง่ายแต่ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายเจงๆนะคับ

    ปล4.ผมตามซื้อซีดีทุกชุดเลยนะคับ…และพฤติกรรมแบบนั้นมันก้อไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

    ปล5.ผมรู้สึกผิดมากเจงๆนะ

    ปล6.ผมดีใจนะคับที่วันนี้ได้ขอโทษ

    ขอโทษครับ

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา…ผมรู้ว่าเรื่องมันไปไกลมากกกก

    ผมเฝ้าพะวง..หาวิธีที่จะขอโทษ…แต่ไม่รู้จะทำไง

    ผมยอมรับเลยนะ…ว่ารู้เลยว่าบาปมันเป็นยังไง

    มันคอยตามหลอกหลอนผมนะว่า…

    เมิงเอาเพลงเค้า(cocktail)ไปร้องจีบหญิง..แล้วยังไปว่าเป็นเพลงเมิงอีก

    ผมรู้สึกผิดมาก…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

    ผมไม่รู้หรอกนะคับว่า…จะอภัยให้คนผิดอย่างผมรึป่าว(ภาวนาว่าอย่าถือสาคนที่ผิดพลาดอย่างผมเลย)

    แต่คำสารภาพและคำขอโทษของผม…มันทำให้ใจของผมได้รับรู้ว่า

    ผมได้สารภาพความผิดกับเจ้าของเพลงตัวจริง…ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหวังไว้มานาน…

    สักที…

    ขอโทษจริงๆครับ…

  11. mamiaw said

    ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน คืนหนึ่ง เป็นคืนที่สังหรณ์ใจแปลกๆ ยังจำได้ดีไม่เคยลืมเลย
    เป็นคืนที่ความรักต้องจบลงอย่างปวดร้าว ความหวัง ความสุขที่เคยมีนั้น มันพังทลายลงอย่างรวดเร็ว อย่างที่ไม่อยากจะยอมรับมันเลย เป็นคืนที่ไม่มีเค้าคนนั้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว มันช่างทุกข์ทรมานจิตใจซะเหลือเกิน ไม่อยากจะยอมรับว่า จะไม่มีเค้าคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ไม่มีเงาของเค้า ไม่มีเสียงของเค้า ไม่มีตัวตนที่จับต้องได้ของเค้าอีกต่อไป เป็นความทรงจำที่แสนเศร้า ที่ยังติดตรึงในใจของเรา อย่างที่ลืมไม่ลงเลย

  12. Kaew~* said

    ยากจังนะ..ที่จะเอาความทรงจำที่ประทับใจมาเรียงร้อยเป็นตัวหนังสือเนี่ยะ..

    ช่างคิืดจริงๆ..^^

  13. KaewIE said

    หายไปคิดเรื่องจะเขียนมา นึกออกแล้ว

    ย้อนไป11ปี2เดือนที่แล้ว (ประถมกันเลยทีเดียว)

    เราเคยไปซัมเมอร์ที่เมืองนอกเมืองนาเป็นครั้งแรก

    ตื่นเต้นดีใจ..ไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนเท่าไหร่ ยิ่งเพื่อนต่างโรงเรียนยิ่งไม่เคย

    แม้จะเป็นเวลาสั้นๆแค่ 3 สัปดาห์ แต่ก้อสนุกมากๆ มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น

    พอกลับมา ต่างคนก้อต่างแยกย้าย..ไปใช้ชีวิตเหมือนเคยๆ

    ————————————————-

    ซัมเมอร์นี้เรานัดเพื่อนๆมาเจอกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันนานกว่าสิบปี

    ความทรงจำในฤดูร้อนนั้น หลั่งไหลจากปากของแต่ละคนไม่หยุดหย่อน

    น่าเสียดายเเทนเพื่อนคนนึง อุตส่าห์ย้ายhost เพราะต้องอยู่ 3 คน

    ไปอยู่บ้านที่มีลูกขี้ฟ้อง..โดยที่ไม่รู้ว่า host ที่ย้ายมา เป็นอภิมหาเศรษฐีรวยมากๆ (5555+)

    และอีกหลายเรื่องที่เราลืมไปแล้ว แต่พอได้ฟัง เวลาก้อเหมือนค่อยๆย้อนกลับไป

    อยากกลับไปเป็นเด็ก..

    กลับไปสู่ความสนุกสนานแบบนั้นอีกจัง..

    ไมได้หวังจะได้เสื้อ แต่อยากเล่าให้ฟัง

    ปล. ฟังจนแผ่นเปื่อยแล้ว -“-

  14. กิ๊บ วิดยา TU said

    โอมคงจำเราไม่ได้แล้วล่ะ
    แต่เรากิ๊บเพื่อนต่ายนะ(ยิ่งงงหนักเข้าไปอีกสินะ –!)
    เราชอบเพลงนี้มากเลยอ่ะ
    ฟังแล้วเหมือนถูกดูดให้จมกับเพลง
    หดหู่ เศร้า อดอะไรตายอยาก แต่ไม่ถึงกับร้องไห้นะ
    ฟังแล้วโลกเป็นสีเทาหมดเลย ถึงกับฟังเพลงต่อมาไม่รู้เรื่องเลย
    ปรับอารมณ์ไม่ทันอ่า หุหุ อินจังเลยเนอะ^^;
    จะติดตามผลงานตลอดไปนะคะ สู้ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: